คาร์เปอร์เชื่อเหลือเกินว่า ถ้าคุณครอบครองรถสุดยอดเรโทรขวัญใจชาวสูบหมุนอย่าง MAZDA RX-3 หลายคนคงเลือกที่จะแต่งแบบอนุรักษ์ หรือเรโทรเรซซิ่ง เพราะด้วยอายุอานามก็มากกว่า 40 ปี ชิ้นส่วนหรืออะไหล่ต่างๆ ก็เข้าขั้นแรร์ไอเทมไปแล้ว (เพราะทางวัยแรงฝั่งญี่ปุ่นหรือออสเตรเลียยังมาหาในเมืองไทยเลย) จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า เมื่อคุณมีรถรุ่นนี้อยู่ในกำมือ มันจะเป็นอัญมณีเลอค่าสำหรับคุณอย่างแน่นอน

 

มีให้เห็นไม่บ่อยนักกับ MAZDA RX-3 สไตล์เรโทรเซอร์กิต

 

กระจังหน้ากับไฟหน้าสุดแรร์ไอเทมช่วยขับตัวแข่งจาก Rotary Revolution สวยดุดันเหนือกาลเวลา

 

ฝากระโปรงหน้าคาร์บอนที่ไล่โทนสีให้โชว์ลายคาร์บอนรูปทรงโรเตอร์

 

            แต่ทั้งหมดไม่ใช่คำตอบของคุณฐิตพล เผ่าจินดา พี่มะ ROTARY REVOLUTION เจ้าของรถตัวซิ่งสายเลี้ยว MAZDA RX-3 คันนี้ โดยจุดเริ่มต้นของโปรเจคต์สุดท้าทายนี้เกิดจากในอดีตได้ชมงานแข่งรถเซอร์กิตในสนามพีระฯ แล้วมีนักแข่งยุคนั้นใช้เครื่องยนต์โรตารี่ทำการแข่งขันและทำเวลาเพียง 58 วินาที กอปรกับตนเองมีรถรุ่นนี้อยู่ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ปรับแต่งในสไตล์แดร็ก แต่ด้วยการที่ปล่อยทิ้งนานหลายปี ตัวถังบางส่วนผุและทรุดโทรมไปบ้าง แต่ด้วยช่วงหลังทางเจ้าของรถเริ่มให้ความสำคัญการแข่งเซอร์กิต พร้อมทำทีมแข่งอย่างต่อเนื่อง ปี 2018 จึงปัดฝุ่น MAZDA RX-3 ให้เป็นรถแข่งเซอร์กิตที่สวยและแปลกตา อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีรถแข่งของยุคนี้ เพื่อพัฒนารถและนักแข่ง เพื่อสร้างสถิติใหม่ในบอดี้รถสุดเก๋านี้

 

การสร้างรถคันนี้ถ้าจะเรียกว่านี่คือ "สเปซเฟรม" ก็คงไม่ผิดอะไร

 

โป่งล้อหน้าขยายมิติรับกับล้อขนาด 18x10 นิ้ว ได้อย่างลงตัว พร้อมมีเส้นสายและเหลี่ยมมุมรับกับชุดกันชนหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

 

ไฟหน้าแบบคัสตอมด้วยการเสริมไฟแอลอีดี ช่วยให้สวยโหดกว่าเดิมอีกเยอะ

 

ชิ้นนี้ก็แรร์         

 

รถต้นแบบคือ MAZDA RX-8 

            การจะปรับแต่งตัวแข่งสุดเก๋าคันนี้ให้มาเป็นรถแข่งทางเรียบอีกครั้ง จึงต้องบูรณะตัวถังใหม่พร้อมปรับแต่งให้รองรับการเป็นรถแข่งเซอร์กิตโดยเฉพาะ ต้องเริ่มปรับจากพื้นฐานหลายจุด ซึ่งรวมถึงตัวถังที่ค่อนข้างทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทางสำนักจึงวางใจให้ทางสำนักจิตรออโต้เฟรมจัดทรงรถใหม่ วางเฟรมรถ พร้อมสร้างพื้นรถขึ้นใหม่ โดยต้องรองรับกับชุดช่วงล่างใหม่ที่มีมิติที่กว้างใหญ่กว่าเดิม

 

ชุดอาร์มและปีกนกหน่้า-หลังถูกออกแบบใหม่ให่ยาวกว่าเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน

 

ล้อ Lenso Project D ขนาด 18x10 นิ้ว สีดำ ช่วยดูให้รถคมเข้มยิ่งขึ้น

 

            ด้วยพื้นฐานรถยุคเก่าที่มีขนาดเล็ก พร้อมมีระยะความกว้างของฐานล้อแคบ จนไม่สามารถรองรับการซิ่งในสนามแข่งเซอร์กิตได้เต็มประสิทธิภาพ ทางสำนักที่มีประสบการณ์รถแข่งขุมพลังสูบหมุนอยุ่แล้ว จึงดัดแปลงนำช่วงล่างของ MAZDA RX-8 โดยช่วงล่างหน้า-หลังเสริมความยาวของปีกนกเพิ่มจากเดิมตามสูตรของสำนัก และลดส่วนสูงจากเดิมถึง 4 นิ้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกาะถนน เมื่อสร้างช่วงล่างให้เข้ากับตัวถังเดิมมิติรถจะแปลกตาเกินไป ทางสำนักจึงขยายมิติรถให้รับกับระยะฐานล้อใหม่ที่กว้างขึ้น และล้อขนาดหน้ากว้าง 10 นิ้ว ด้วยการสร้างชุดบอดี้พาร์ตขึ้นใหม่ตามสูตรของสำนัก ด้วยวัสดุไฟเบอร์น้ำหนักเบา พร้อมเสริมดิฟฟิวเซอร์และคานาร์ดครบครัน โดยบริเวณกาบข้างฝั่งคนขับออกแบบสปอยเลอร์ เพื่อปิดบังท่อไอเสียที่ออกแบบให้ออกมาด้านข้างตัวรถฝั่งขวา ลงตัวกับความสวยงามที่เสริมโป่งหน้า-หลังขนาดใหญ่ได้อย่างพอดี

 

ชุดกาบข้างฝั่งขวาถูกออกแบบให้บดบังท่อไอเสียได้อย่างดูดีและลงตัว

 

มุมหลังเสริมดิฟฟิวเซอร์ทรงอลังการที่จับคู่กับไฟท้ายสุดแรร์ไอเทมได้อย่างน่าเกรงขาม

 

รถแข่งทางเรียบที่คงความคลาสสิคไว้อย่างเต็มเปี่ยม

            ด้านยังคงความคลาสสิคที่แฝงอารมณ์สปอร์ตดุดัน ด้วยชุดกันชนหน้าที่ติดตั้งกระจังหน้าของแท้ พร้อมไฟหน้าแบบคัสตอม พร้อมสร้างลิ้นหน้าที่มีเส้นสายต่อเนื่องจากโป่งหน้าได้อย่างลงตัว ด้านหลังติดตั้งสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่พร้อมขายึดแบบคอหงส์ตามแบบรถแข่งยุคใหม่ และแม้เสริมความสปอร์ตตามแบบตัวแข่งทางเรียบแบบจัดหนักแล้ว แต่ถ้ามองจากมุมหลังก็ยังได้อารมณ์ความเป็น RX-3 อยู่เช่นเดิม โดยการไฟท้ายและกันชนหลังแบบตรงรุ่น พร้อมเสริมความสปอร์ตอีกระดับด้วยดิฟฟิวเซอร์หลังที่ออกแบบเป็นครีบ ช่วยให้การระบายอากาศไปในทิศทางที่กำหนดและลดแรงต้าน

 

หางหลังขนาดใหญ่พร้อมขายึดแบบคอหงส์

 

กระจกมองข้างสวยลู่ลมดี

 

            หลังจากนั้นเจ้าสำนักต้องการคุมโทนสีตัวรถให้เข้มดุดันสะท้อนความเป็นขาซิ่งรุ่นใหญ่ จึงเลือกสีเทาพิเศษ พร้อมคาดลายสติ๊กเกอร์เป็นแถบเส้นสีเหลือง-ฟ้า (เจ้าของรถชอบ) ขนานตามตัวรถตั้งหน้าไปจนถึงด้านหลัง

 

อัดออฟชั่นรถแข่งทางเรียบไว้เพียบ

            ด้วยการวางโปรเจคต์ที่ชัดเจนในการซิ่งทางเรียบ อุปกรณ์ระบบต่างๆ ที่รถแข่งทางเรียบยุคใหม่ควรมี เจ้าสำนักได้จัดการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ไว้อย่างครบครัน อาทิ การติดตั้งกระจกหูช้างเป็นวัสดุอะคริลิกใส พร้อมออกแบบให้เป็นช่องดักอากาศ เพื่อลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร, แอร์แจ็คสำหรับยกรถแบบเร่งด่วนที่ช่วยให้การเซอร์วิสรถแข่งในสนามทำได้ง่ายและรวดเร็ว พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เซฟตี้มาตรรถแข่งอย่าง สวิตช์ตัดไฟจากภายนอก, โรลบาร์ 6 จุด, ถังเชื้อเพลิงเซฟตี้ (ดัดแปลงให้ปั๊มติ๊กอยู่ในถัง) และอื่นๆ

 

บริเวณพื้นที่ฝั่งซ้ายได้ติดตั้งกล่องอีซียู, กล่องไฟจุดระเบิด และแบตเตอรี่

           

13B พอร์ตตรง เน้นพาวเวอร์แบนมากกว่าแรงม้า

            ทุกเครื่องยนต์ที่ใช้ในการซิ่งทางเรียบ ล้วนมีจุดเด่น-จุดด้อยแตกต่างกัน กลวิธีในการให้ถึงเป้าหมายสูงสุดบนโพเดี้ยมของแต่ละสำนักหรือทีมจึงแตกต่างกัน บางทีมอาจดึงจุดเด่นมาใช้จนกลบจุดด้อย หรือบางทีมก็วิจัยและพัฒนาจุดด้อยให้น้อยลง ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์โรตารี่ที่ได้เปรียบด้านน้ำหนักที่เบา มีจุดศูนย์ต่ำกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบ พร้อมยังสามารถสร้างพลังได้ต่อเนื่องและสมูท และลากรอบได้สูง ที่มองผิวเผินอาจจะดูได้เปรียบหากปรับแต่งมาใช้ในรถแข่งทางเรียบ แต่อย่างไรก็ดีก็มีจุดด้อยที่สำคัญอยู่ไม่น้อย คือ ด้วยคุณสมบัติของเครื่องยนต์ที่สร้างทอร์คได้น้อยกว่าเครื่องยนต์แบบลูกสูบ ที่ส่งผลถึงการขับรถแข่งทางเรียบที่หลายคนใช้แรงบิดสูงในการเข้า-ออกโค้งต่างๆ ในสนาม ทำให้สไตล์การขับรถแข่งเครื่องยนต์โรตารี่จะแตกต่างกับรถแข่งเครื่องยนต์แบบลูกสูบ เพราะไม่มีแรงหน่วงของเครื่องยนต์ (Engine Brake) การขับจึงต้องอาศัยรอบเครื่องยนต์และระบบเบรกที่มากขึ้น แต่ถ้านักแข่งมีทักษะการขับที่สัมพันธ์กับคุณสมบัติของขุมพลังสูบหมุน พร้อมขับเรซซิ่งไลน์ได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง รับรองเลยว่า “เวิร์ค” สุดๆ

 

ขุมพลังจาก 13B พอร์ตตรง (ดูดสด) แรงดุดิบตามแบบฉบับตัวซิ่งสูบหมุนในอดีต แต่ก็ผสมผสานเทคโนโลยีใหม่อีกด้วย

 

เครื่อง RX-7 +โรเตอร์ RX-8

 

ทุกสิ่งที่สำนักติดตั้งลง ล้วนต้องมีประโยชน์และต้องเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงชุดดักอากาศเข้าสู่ขุมพลังนี้ด้วย 

 

            และด้วยเหตุผลจึงเป็นปัจจัยหลักสู่การปรับแต่งขุมพลังสูบหมุน เพื่อซิ่งทางเรียบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยทางสำนักเลือกใช้ขุมพลังสูบหมุนรหัส 13B จาก Mazda RX-7 โดยเน้นพาวเวอร์แบนที่กว้าง เพื่อให้มีพลังใช้ได้อย่างยาวและต่อเนื่อง และเลือกแรงสไตล์ NA เป็นหลัก จึงเปลี่ยนโรเตอร์ของเครื่องโรตารี่ใน Mazda RX-8 ที่เป็นรถสปอร์ต NA ตรงตามสเปคที่ทางสำนักตั้งใจไว้ ทำให้มีอัตราส่วนการอัด 11:1 โดยยึดการโมดิฟายแบบพอร์ตตรงสูตรสำนัก ROTARY REVOLUTION โดยออกแบบช่องรับอากาศพิเศษ ซึ่งดูดอากาศตั้งแต่กระจังหน้าสู่ปล่องคาร์บอน (ติดตั้งเหนือหม้อน้ำอลูมิเนียม เสมือนเป็นการสร้างช่องอากาศสำหรับระบายความร้อนหม้อน้ำไปในตัว) ก่อนลำเลียงสู่ท่ออากาศ พร้อมควบคุมการเข้าของอากาศทั้ง 2 โรเตอร์ด้วยลิ้นเร่งแบบสาย พร้อมเสริมประสิทธิภาพไฟจุดระเบิดด้วยชุดไฟจุดระเบิด MSD พร้อมกล่องควบคุม หัวฉีดขนาด 850 จำนวน 4 หัวจาก BOSCH ซึ่งใช้เชื้อเพลิงค่าออกเทน 100 และปรับจูนความแรงด้วยกล่องอีซียู LINKS โดยสำนักซิ่งจากแดนซามูไร Top Fuel Racing ซึ่งมีพลังไว้ใช้งาน 250 แรงม้า

 

เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่รุนแรงและหมดจดกว่าเดิมด้วยชุดไฟจุดระเบิด MSD

 

ท่ออากาศคาร์บอนติดตั้งเหนือหม้อน้ำ เพื่อปิดกั้นและบังคับทิศทางลมให้ช่วยระบายหม้อน้ำและรับอากาศเข้าเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

ชุดออยล์คูลเลอร์ซุกซ่อนไว้หลังกันชนหน้าฝั่งขวา

 

คอนโซลฟ้าท้าทายทุกสายตา

            เมื่อเข้ามาในห้องโดยสารจะพบอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นทั้งเรือนไมล์ดิจิตอล, แผงสวิตช์ต่างๆ, เกจวัด, พวงมาลัย, บักเกตซีต และอื่นๆ แต่ต้องถูกแย่งซีนด้วยชุดคอนโซลหน้าสีฟ้าสุดเด่น ที่ได้กลิ่นอายของรถแข่งยุคนั้นตามดั่งใจของเจ้าของรถต้องการนั่นเอง บริเวณคอนโซลกลางสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ลงตัวกับชุดคอนโซลหน้า พร้อมประดับด้วยแผ่นปิดคอนโซลวัสดุคาร์บอน

 

ทำไมรถแข่งต้องคอนโซลสีดำด้วยล่ะ?

 

 

จุดเริ่มต้นสู่การพัฒนารถครั้งใหม่

            กว่า 2 ปีในการสร้างรถแข่งคันนี้ให้มาโลดแล่นบนสนามเซอร์กิตอีกครั้ง จนได้รถแข่งรุ่นเก๋าที่อัดแน่นไว้ด้วยประสบการณ์ความรู้พร้อมเทคโนโลยีรถแข่งในยุคปัจจุบัน ทำให้ได้ตัวแข่งเรโทรเซอร์กิต ขุมพลัง 13B พอร์ตตรง 250 แรงม้า ที่มีน้ำหนักรถ 1 ตัน กับช่วงล่างที่ออกแบบสำหรับซิ่งทางเรียบโดยเฉพาะ แต่นี้ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะรถแข่งเพิ่งสร้างเสร็จมาไม่นานนัก พร้อมได้ลองซิ่งในสนามแข่งมาบ้าง ทำให้ต้องมีการพัฒนารถ (1. ช่วงเข้าโค้งช่วงล่างยังนิ่มเกินไป อาจเปลี่ยนสปริงที่มีค่า k สูงขึ้น 2.เปลี่ยนใช้ลิ้นเร่งไฟฟ้า เพื่อเสริมประสิทธิภาพการขับให้รองรับกับความสามารถของกล่องอีซียูยุคใหม่) และการปรับสไตล์การขับให้สัมพันธ์กับตัวรถและบุคลิกของเครื่องยนต์ที่ปรับแต่งใหม่

 

หลังจากจัดทรงรถและติดตั้งช่วงล่างใหม่ ทำให้ลดส่วนสูงได้ถึง 4 นิ้ว จนเตี้ยแป็กตามสเต็ปรถแข่งทางเรียบ

 

 

            ปี 2020 นี้ทีมงานคาร์เปอร์เชื่อเหลือเกินว่า MAZDA RX-3 จากสำนัก ROTARY REVOLUTION จะมีการพัฒนารถทุกระบบอย่างต่อเนื่อง และจะกลายเป็นดาวเด่นที่น่าจับตามองของวงการรถแข่งเซอร์กิตของเมืองไทย และถ้าวันนั้นมาถึงแล้วเผอิญคุณได้มาอ่านบทความนี้ คุณจะเห็นถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์รถอย่างแท้จริงมากกว่าจะมองเพียงแค่รถแข่งเรโทรที่สวยแปลกตาคันหนึ่งเท่านั้น..

 

ขอขอบคุณ: คุณฐิตพล เผ่าจินดา (พี่มะ ROTARY REVOLUTION) FB: Titapon Ma Rotary Phaojinda

 

TECHSPEC

ภายนอก

ชุดแต่งรอบคันคัสตอม ROTARY REVOLUTION, ตัวถังรถ : จิตรออโต้เฟรม

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ 13B ปรับแต่งตามสูตรสำนัก ROTARY REVOLUTION 250 แรงม้า, น้ำมันเชื้อเพลิงออกเทน 100,  โรเตอร์ RX-8, ท่อทางเข้าคาร์บอน, ท่ออากาศซิ่ง, ลิ้นเร่งแบบสาย, หม้อน้ำอลูมิเนียม,ชุดไฟจุดระเบิดพร้อมกล่องควบคุม MSD,

ระบบส่งกำลัง

เกียร์ RX-8, คลัตช์ OS GIKEN 2 แผ่น, เฟืองท้าย RX-8, อัตราทดเฟืองท้าย 4.77 และลิมิเต็ดสลิป MAZDA SPEED

ระบบเชื้อเพลิง

น้ำมันเชื้อเพลิงออกเทน 100, ถังน้ำมันเซฟตี้ (ปั้มติ๊กพร้อมปั๊มแรงดันอยู่ภายในถัง), หัวฉีดขนาด 850 จำนวน 4 หัวจาก BOSCH และกล่องอีซียู LINKS จูนโดย Top Fuel Racing

 ช่วงล่าง

โช้กอัพ OHLINS, ชุดอาร์มและปีกนกจาก ROTARY REVOLUTION, คาลิเปอร์เบรกหน้า BREMBO 4 พอต, คาลิเปอร์เบรกหลัง AP RACING 4 พอต, ล้อแม็ก LENSO Project D KC ขนาด 18x10 นิ้ว

ภายใน

บักเกตซีต RAEMCO, เบลล์ HPI, พวงมาลัย PERSONAL, คอพวงมาลัยถอดได้ WorksBell, โรลบาร์ 6 จุด จิตรออโต้เฟรม, แผงสวิตช์, จอแสดงผล LINKS และแม่แรงยกรถระบบลม

Advertisement